สมุนไพรไทย – เห็ดเสม็ด

image

ชื่อวิทยาศาสตร์ Boletus griseipurpureus Corner

ชื่อวงศ์

ชื่ออื่น

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

เห็ดเสม็ดเป็นเห็ดธรรมชาติที่ขึ้นตามตามพื้นดินที่มีใบไม้ปกคลุมในป่าเสม็ดขาว หรือตามป่าจากในช่วงที่พื้นดินน้ำแห้งและบางที่ก็ขึ้นตามพื้นในป่ายูคาลิปตัส แต่ชาวบ้านบอกว่า เห็ดเสม็ดจากป่ายูคาจะขมมาก เห็ดเสม็ดที่มาขายตามตลาดเราจะจำแนกไม่ออกว่าเห็ดเสม็ด แต่เท่าที่สังเกตดู เห็ดเสม็ดในป่าเสม็ดขาวจะดอกเล็กๆ เล็กกว่าเห็ดที่งอกในป่ายูคาลิปตัส เห็ดในป่าจากนั้นรสชาติขมไม่มากคล้่ายกันกับเห็ดในป่าเสม็ดขาว

สรรพคุณทางสมุนไพร

จากการวิจัยพบว่าาเห็ดเหม็ดเป็นเห็ดที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำกว่าเห็ดกินได้อื่น ๆ โดยมีอัตราคาร์โบไฮเดรตอยู่ที่ประมาณ 6-11% , มีไขมันต่ำซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของเห็ดกินได้ ,มีโปรตีนที่ค่อนข้างสูง และยังมีไฟเบอร์

ด้วยคุณสมบัติข้างต้นเห็ดเหม็ด จึงเป็นเห็ดที่เหมาะสมในการรับประทานสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก

ไฟเบอร์ที่สูง ช่วยลดอาการท้องผูก ทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น

ช่วยลดคอเรสเตอรอล น้ำตาลในเลือด

credit : thaiherb-tip108.blogspot.com

สมุนไพรไทย – เห็ดหูหนูขาว

image

ชื่อวิทยาศาสตร์ Tremella fuciformis Berk

ชื่อวงศ์ TREMELLACEAE

ชื่ออื่น

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

มีลักษณะคล้ายกลีบดอกไม้ ขึ้นรวมกันเป็นกลุ่มก้อนติดกัน มีดอกบางสีขาวใส รูปร่างแตกต่างกันหลายแบบ เช่นเหมือนใบหู กลีบดอกไม้ และภาชนะ มีทั้งแบบหมวกบานใหญ่และแบบหมวกบานฝอย คล้ายแมงกระพรุน ดอกเห็ดมีลักษณะคล้ายวุ้น อ่อนนุ่ม ขอบหยักย่น เป็นคลื่น อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ดอกแห้งสีขาวอมเหลือง รสหวาน เนื้อนุ่มกว่าเห็ดหูหนูสีน้ำตาล

สรรพคุณทางสมุนไพร

-บำรุงน้ำอสุจิ ทำให้ไตแข็งแรง

- เห็ดหูหนูขาวมีฤทธิ์เป็นกลาง รสหวาน มีสรรพคุณบำรุงร่างกาย บำรุงกระเพาะ ปอด และม้าม
- ช่วยบำบัดอาการอ่อนเพลีย แก้เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ แก้ไอ แก้ร้อนใน ขับเสมหะ
- ช่วยระบายท้อง รักษาแผลในกระเพาะ ช่วยให้เลือดแข็งตัว
- ช่วยบำบัดอาการวัณโรคที่มีเสมหะปนเลือด
- ช่วยทำให้ผิวพรรณสดใส เนื่องจากมีธาตุซีลีเนียมที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีกว่าเบตาแคโรทีน ผิวจึงดูอ่อนเยาว์
- เส้นใยในเห็ดหูหนูขาวช่วยป้องกันมะเร็งกระเพาะ มะเร็งลำไส้ และริดสีดวงทวาร
- เห็ดหูหนูขาวมีแคลเซียม จึงช่วยบำรุงกระดูกและฟัน
- วิตามินบีในเห็ดหูหนูขาว ช่วยบำรุงสมอง
- เห็ดหูหนูขาวมีแคลอรีต่ำ จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก

credit : thaiherb-tip108.blogspot.com