สมุนไพรไทย – ชาข่อย

image
ชื่อวิทยาศาสตร์    Acalypha siamensis Oliv. ex Gage
ชื่อวงศ์      EUPHORBIACEAE[1]
ชื่ออื่น    กาน้ำ ชาญวณ ผักดุก ผักดูด ชาฤาษี
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ต้น จัดเป็นไม้พุ่ม มีความสูงของต้นประมาณ 1-2 เมตร แตกกิ่งก้านเรียวเล็ก กิ่งก้านกลมเกลี้ยงหรือมีร่องตามยาว เมื่ออ่อนขนนุ่มสั้น ส่วนเปลือกลำต้นเป็นสีน้ำตาล
ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกัน ลักษณะของใบเป็นรูปหอก ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ส่วนขอบใบจักเป็นซี่ฟันตลอดทั้งขอบใบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1.5-3 เซนติเมตร ยาวประมาณ 4-6.5 เซนติเมตร แผ่นใบหนาเป็นมัน หลังใบและท้องใบเรียบเกลี้ยง มีเส้นแขนงใบประมาณ 4-5 คู่ มีก้านใบยาวประมาณ 0.1-0.8 เซนติเมตร มีหูใบลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมแคบ ยาวประมาณ 2-2.5 มิลลิเมตร มีขนสั้นนุ่มและมีขนต่อม
ดอก ออกดอกเป็นช่อเดี่ยวๆ (พบได้น้อยที่มี 2 ช่ออยู่ด้วยกัน) ตามซอกใบและที่ปลายยอด ดอกเป็นแบบแยกเพศอยู่ในต้นเดียวกัน โดยดอกเพศผู้จะมีขนาดเล็กอยู่ช่วงปลายยอด มีประมาณ 5-7 ดอก มีใบประดับลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม มีขนาดกว้างประมาณ 1.2-1.5 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 1-1.2 มิลลิเมตร มีขนสั้นนุ่มและมีขนต่อมด้านนอกตาดอกมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.5-0.8 มิลลิเมตร และเมื่อดอกบานจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.8-1 มิลลิเมตร ดอกไม่มีกลีบดอก มีแต่กลีบเลี้ยงลักษณะเป็นรูปไข่ 4 กลีบ มีขนาดกว้างประมาณ 0.3 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 0.5 มิลลิเมตร มีต่อมอยู่ด้านนอก และก้านดอกย่อยนั้นยาวประมาณ 0.1-0.5 มิลลิเมตร ส่วนดอกเพศเมียจะอยู่ที่โคนช่อดอก มีประมาณ 2-3 ดอก (บ้างว่ามีเพียง 1 ดอก) และมีใบประดับเป็นรูปถ้วย เมื่อดอกบานจะมีลักษณะเป็นรูปไต และมีขนาดกว้างประมาณ 6-10 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 5-7 มิลลิเมตร ขอบใบประดับเป็นจักแบบฟันเลื่อย มีซี่ประมาณ 9-15 ซี่ ผิวใบเป็นมันทั้งสองด้าน มองด้านนอกเห็นเส้นร่างแหได้ชัดเจนและมีต่อมโปร่งแสง ส่วนกลีบเลี้ยงมีลักษณะของเป็นรูปไข่ 3 กลีบ มีขนาดกว้างประมาณ 1 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร มีขนสั้นนุ่มด้านนอก รังไข่มีลักษณะค่อนข้างกลม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-2 มิลลิเมตร มีหนามทู่ ก้านเกสรเพศเมียยาวได้ประมาณ 2-5 มิลลิเมตร
ผลชาข่อย ผลเป็นผลแห้งและแตกได้ ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลมแป้น แบ่งเป็น 3 พู ผลมีรยางค์เหนียว และมีหนามทู่ ภายในผลมีเมล็ดลักษณะค่อนข้างกลม
สรรพคุณทางสมุนไพร
1. น้ำต้มใบหรือชงใบ สามารถนำมาใช้แทนใบชาได้ ใช้ดื่มกินเป็นยาบำรุงธาตุในร่างกาย ช่วยในการย่อย  ช่วยขับปัสสาวะ
2. ทั้งต้นใช้ตำเป็นยาพอกร่างกายช่วยลดไข้
3. ทั้งต้นนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้โรคไตพิการ หรือจะใช้น้ำต้มหรือชงใบ นำมาดื่มกินเป็นยาแก้ไตพิการก็ได้เช่นกัน

credit : thaiherb-tip108.blogspot.com

สมุนไพรไทย – โผงเผง

imageimage
ชื่อวิทยาศาสตร์     Senna hirsuta (L.) Irwin & Barneby
ชื่อวงศ์     LEGUMINOSAE (FABACEAE)
ชื่ออื่น    ดับพิษ
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ต้น จัดเป็นไม้ล้มลุกหรือไม้พุ่มขนาดเล็ก มีความสูงของต้นประมาณ 2.5-3 เมตร ลำต้นตั้งตรง มีขน และมีกลิ่นเหม็นเขียว โดยมักพบขึ้นทั่วไปในพื้นที่ริมป่า ตามป่าละเมาะ หรือในพื้นที่เสื่อมโทรม สภาพดินเหนียวปนดินลูกรัง
ใบ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ มีใบย่อยประมาณ 4-5 คู่ โดยคู่บนสุดจะมีใบขนาดใหญ่กว่า คู่ล่างๆ จะมีขนาดรองลงมา ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปไข่ รูปขอบขนาน รูปขอบขนานแกมรูปไข่ หรือเป็นรูปใบหอก มีขนาดกว้างประมาณ 1.7-4.3 เซนติเมตร และยาวประมาณ 3.3-10.8 เซนติเมตร แผ่นใบมีขนละเอียดยาวประมาณ 1-1.5 มิลลิเมตร ขึ้นปกคลุมอยู่หนาแน่นทั้งสองด้าน ก้านใบยาวประมาณ 1.7-4.3 เซนติเมตร[
ดอก ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ช่อดอกมีดอกย่อยประมาณ 2-4 ดอก กลีบดอกเป็นสีเหลืองสด อับเรณูเป็นสีน้ำตาลแกมสีเหลือง ส่วนยอดเกสรเพศเมียเป็นสีเขียวอ่อน ก้านชูเกสรเพศเมียมีปุยขนยาวสีขาว
ผล ลักษณะของผลเป็นฝักโค้งเล็กน้อย มีขนละเอียดปกคลุมอยู่หนาแน่น ขอบเป็นสันเหลี่ยม ภายในผลมีเมล็ดเป็นจำนวนมาก เมล็ดเป็นสีม่วงดำ มีรูปร่างแบนและมีขนาดกว้างประมาณ 2 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร
สรรพคุณทางสมุนไพร
1. ใบ  ผสมกับรากขางครั่ง นำมาบดให้เป็นผงละเอียด ทำเป็นยาลูกกลอนกินเป็นยาแก้ไข้
2. รากนำมาต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้อาการนอนไม่หลับ ทำให้ง่วงนอน
3. เมล็ดนำมาคั่วแช่ในน้ำ หรือใช้รากนำมาต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้อาการปัสสาวะขัด หรือท้องผูก 
4. ทั้งต้นนำมาต้มให้สตรีหลังคลอดบุตรดื่ม

credit : thaiherb-tip108.blogspot.com